ThaiBadminton
หน้าแรก สนามแบด เวบบอร์ด รีวิวไม้แบด รวมลิงก์ ช่วยเหลือ ติดต่อ เข้าระบบ สมัครสมาชิก

โปรดอ่าน
การปิดกระทู้
กฎการใช้ ลายเซ็นต์ ในเว็บ
กฎการใช้งานเว็บบอร์ด กรุณาอ่านให้เข้าใจก่อนโพสต์




/  หน้าแรกเวบบอร์ด
   /  คุยกันฉันเพื่อน
/  เปิด 5 ปัจจัยส่งผลตลาดทองปี 64 คาดคึกคักต่อเนื่อง แนะจับตา "
เปิด 5 ปัจจัยส่งผลตลาดทองปี 64 คาดคึกคักต่อเนื่อง แนะจับตา "                 


 
thaitrade

น้องใหม่
เขียนเมื่อ:  29/12/2020 10:34:47
  เปิด 5 ปัจจัยส่งผลตลาดทองปี 64 คาดคึกคักต่อเนื่อง แนะจับตา "



ข้อความ: 3
เลขที่สมาชิก: 83838
สมัครเมื่อ: 19/11/2020

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.63 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย กล่าวว่า ปี 2564 ทองคำจะยังคงมีความคึกคักต่อเนื่องมาจากปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่ราคาทองคำปรับขึ้นมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แม้ว่าช่วงท้ายปีจะเริ่มมีการขายทำกำไรออกมา แต่ภาพรวมเมื่อเทียบกับราคาช่วงต้นปีที่เปิดตลาดที่ 1,517 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก็ยังถือว่าราคาปรับขึ้นมาสูงมาก ทั้งนี้ YLG ได้ประเมินทิศทางราคาทองคำปี 2564 ไว้ว่ายังมีโอกาสทดสอบระดับ 1,950-2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยเฉพาะหากสามารถผ่าน 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ จะเป็นสัญญาณชี้ชัดว่าทองคำจะมีโอกาสทดสอบระดับสูงสุด เป็นประวัติการณ์บริเวณ 2,075 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ที่เคยขึ้นไปทดสอบในช่วงเดือน ส.ค.

นางพวรรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำในปี 2564 YLG ได้ประเมินไว้ 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การระบาดของ COVID-19 ที่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ แม้จะมีความคืบหน้าเกี่ยบกับวัคซีนออกมา แต่ตัวเลขการระบาดยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ซึ่งความต้องการทองคำที่อยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจึงยังคงมีต่อไป 2.ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2566 โดยคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0-0.25% ซึ่งการส่งสัญญาณของเฟดจะมีผลต่อธนาคารกลางทั่วโลก ที่จะดำเนินนโยบายไปในทางทางเดียวกัน ปัจจัยนี้จะส่งผลให้มีเงินไหลเข้าตลาดทองคำ เพราะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทรัพย์สินที่ได้รับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย จึงได้รับความสนใจต่อไปจนกว่าอัตราดอกเบี้ยจะกลับมาเป็นขาขึ้น

นางพวรรณ์ กล่าวต่อว่า 3.เฟดยังคงทำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แบบไม่จำกัดปริมาณ ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯยังมีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังต่อไป ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาล จะส่งผลกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และการอ่อนค่าของสกุลเงิน 4.ธนาคารกลางยังคงเข้าซื้อทองคำ แม้ปีที่แล้วจะเห็นธนาคารบางประเทศขายทองคำออกมาบ้าง แต่โดยรวมแล้วเหล่าธนาคารกลางยังมีแนวโน้มเพิ่มสัดส่วน การถือครองทองคำในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงต่อไป อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การถือครองทองคำของกองทุน SPDR เพราะแม้ SPDR จะยังคงถือครองทองคำเพิ่มขึ้นในปี 2563 มีการถือครองทองคำเพิ่มมากกว่า 270 ตัน แต่เริ่มเห็นการทยอยลดการถือครองทองคำในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นหากกองทุน SPDR ลดการถือครองทองคำต่อเนื่องในปีหน้า อาจเป็นสัญญาณที่นักลงทุนต้องระมัดระวังในการถือครองทองคำ กลับกันหากมีการกลับมาเข้าซื้อก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาทองคำในปี 2564 ได้ และ 5.ความขัดแย้งในประเทศต่างๆ เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไม่น่าจะคลี่คลายในระยะเวลาอันใกล้ แม้ว่าสหรัฐฯจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ ที่มีนโยบายประนีประนอมมากขึ้น แต่ประเด็นความขัดแย้งเหล่านี้ก็ยังถือเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลต่อภาพการลงทุนได้ ซึ่งความไม่แน่นอนเหล่านี้จะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน

นางพวรรณ์ กล่าวต่อว่า แม้ YLG ประเมินว่าราคาทองคำจะยังคงเป็นขาขึ้นไปอีก 1-2 ปี อย่างไรก็ดีนักลงทุนควรติดตามข่าวสารต่างๆอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการกระจายวัคซีนต้าน COVID-19 ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง จนทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกเร็วกว่าที่คาด จะเป็นปัจจัยผลักดันให้เหล่าธนาคารกลางโดยเฉพาะเฟด กลับมาคุมเข้มนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อแนวโน้มขาขึ้นของราคาทองคำ

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับปี 2564 คือ การเน้นทำกำไรระยะสั้น ตามแนวโน้มหลักของราคาทองคำ และตั้งจุดขาดทุนประกอบการลงทุนทุกครั้ง ส่วนพอร์ตการถือครองทองคำที่ดีนั้นควรอยู่ที่ 5-10% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด หรือหากใครที่รับความเสี่ยงได้มาก ก็สามารถถือได้ถึง 15% เพื่อกระจายความเสี่ยง ส่วนราคาทองคำในประเทศไทยนั้น ยังคงมีปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทเข้ามาเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ทั้งนี้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยง อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทด้วยการใช้สัญญาดอลลาร์ล่วงหน้า หรือพิจารณาเลือกการลงทุนทองคำที่ตัดความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน อาทิ TFEX Gold Online Futures



--
ข้อมูลส่วนตัว เยี่ยมชมเวบเพจ




ผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งาน: 17 คนกำลังอ่านกระดานนี้
ขณะนี้มีสมาชิกออนไลน์ 17 คน [ แอดมิน ] [ ผู้ดูแล ]
17 ผู้มาเยือน
0 สมาชิก:

ค้นหา

กำหนดสิทธิ

คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความ
คุณ ไม่สามารถ เพิ่มแบบสอบถาม
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้
คุณ ไม่สามารถ ลบข้อความ
คุณ ไม่สามารถ โหวต